แม่สุดทน! จูงลูกเข้าร้อง ถูกเฒ่า 80 ข่มขืน-พาขายตัว
แม่สุดทน! จูงลูกเข้าร้องเรียนต่อ รอง ผวจ.อุดรธานี หวั่นคดีไม่คืบหน้า หลังถูกเฒ่า 80 ปี
ตัณหากลับข่มขืนลูก พร้อมเป็นนายหน้าจัดค้าขยี้กาม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนวคม เสมา เลขาธิการสภาเครือข่ายประชาชน จ.อุดรธานี นำนางน้อย อายุ 46 ปี นางสวย อายุ 48 ปี และนางจันทร์ อายุ 36 ปี (นามสมมติ) ชาวอุดรธานี แม่ของ ด.ญ.เอ อายุ 15 ปี ด.ญ.บี อายุ 13 ปี และ ด.ญ.ซี อายุ 12 ปี เข้าร้องเรียนต่อ นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี กรณี ด.ญ.ทั้งสามคน ถูกนายสมดี นามอาษา อายุ 80 ปี รปภ.โกดังมันสำประหลังแห่งหนึ่ง ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ข่มขืนกระทำชำเรา และนำไปเร่ขายให้เฒ่าตัณหากลับอีกหลายคน ในลักษณะเป็นธุระจัดหา แต่คดีไม่คืบหน้า แถมยังถูกผู้ต้องหาข่มขู่เด็กหญิงทั้ง 3 คน และพยานบุคคล จึงมาร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว
หนุ่มซิ่งจยย.ชนเฒ่าวัย 70 ตื่นใส่บาตร ดับคาถนนทางม้าลาย ตัวเองสาหัส
ธ.ก.ส. จับมือ "ยันม่าร์" มอบทุนการศึกษา ส่งเสริมลูกหลานเกษตรกรเรียนดี
มือยิงลูกชาย รอง สวป.ดับ มอบตัวแล้ว สารภาพหึงหวง กลัวผู้ตายแย่งแฟนสาว
นางน้อย เล่าว่า พวกตนมีอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ มีฐานะยากจน ส่วนลูกสาวและหลานทั้งสองคนเรียนหนังสือชั้น ม.3 ม.2 และ ม.1 เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ได้ถูกนายสมดี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านล่อลวงไปช่วยถอนหญ้า แล้วข่มขืนกระทำชำเราที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้านทั้ง 3 คน เมื่อเสร็จกิจได้จ่ายเงิน 200-300 บาทให้ ก่อนพูดจาข่มขู่ว่าห้ามไปบอกพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง หากไม่เชื่อจะฆ่าให้ตายทั้ง 3 คน หลังจากนั้นลูกและหลานสาวก็จะถูกเรียกไปสังเวยกามตลอด
นางน้อย เล่าต่อว่า แต่ที่หนักไปกว่านั้น เมื่อนายสมดีได้นำลูกสาวและหลานสาวไปเร่ขายให้เฒ่าตัณหากลับในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง ประมาณ 6 คน ในลักษณะเป็นธุระจัดหา โดยจะข่มขู่ให้ ด.ญ.ทั้ง 3 ไปสังเวยกามตามกระท่อมนา สวนสมดี รีสอร์ท และโกดังโรงมันสำประหลัง แลกกับเงิน 300-500 บาท โดยนายสมดีจะได้เงินค่าธุระจัดหาจากเฒ่าตัณหากลับ 500 บาท โดยนำเร่ขายตั้งแต่เดือนมีนาคม–กันยายน จนชาวบ้านเริ่มนินทา เล่ากันปากต่อปาก
นางน้อย เล่าอีกว่า ตนจึงเรียกลูกสาวและหลานสาวมาสอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าวจนได้รู้ความจริง จึงได้นำลูกและหลานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตำรวจได้นำ ด.ญ.ทั้งสามคน ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และให้กลับบ้านได้ส่วนนายสมดี เมื่อทราบว่าพวก ตนมาแจ้งความดำเนินคดี ก็ได้ออกมาข่มขู่ว่าจะฆ่าเด็กหญิงทั้งสามคนทิ้งและห้ามพยานบุคคล มาให้ปากคำกับตำรวจอีก พวกตนได้นำเด็กหญิงทั้งสามไปซุกซ่อนไว้บ้านญาติ เพราะเกรงจะรับอันตราย สุดท้ายลูกสาวและหลานต้องออกจากโรงเรียน เพราะทนแรงกดดันของสังคมไม่ได้ และเกรงว่าคดีความจะไม่คืบหน้า จึงได้ปรึกษาเลขาธิการเครือข่ายประชาชนให้ช่วยเหลือดังกล่าว
ล่าสุด นายสมดี ได้เข้ามอบตัวแล้วและยอมสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปฝากขัง แต่ผู้ต้องหายื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไป
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thairath.co.th/content/453521

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น